12/02/2014

ระหว่างเดินทางบน Shinkansen

หลังเลือกที่ได้เป็นที่ถูกใจแล้ว เราก็จัดการเรื่องปากท้องของเราให้อิ่มก่อน  ดูซิอาหารที่ซื้อมาเป็นไงบ้าง

กล่องข้าวสวยดี


ข้างในจะน่ากินมั๊ย   อ่ะถูกใจเลยเมนูนี้สารอาหารได้หลายหมู่อยู่



ว่าแล้วก็จัดการกับอาหารมื้อเช้าที่ซื้อตุนใส่ถุงหิ้วมาตั้งนาน  ก็เป็นอาหารกล่องญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ดูสะอาดและอร่อยดี บนที่ขบวนที่นั่งยังมีเก้าอี้ว่างอีกมาก ก็เลยพากันเลือกนั่งตามใจชอบ ดูๆไปก็เหมือนนั่งอยู่บนเครื่องบินเลยนิ




ส่วนตัวเราก็หามุมส่วนตัวเพื่อดูวิวรายทางซึ่งสวยงามมากๆ เป้าหมายเรายังต้องไปต่อรถไฟอีกขบวนหนึ่ง ซึ่งเป็นรถไฟของท้องถิ่น


แอบถ่ายข้างหลัง


11/28/2014

จะไป Koriyama

งั้นก็ต้องนั่งรถไฟ Shingansen ละซิ แน่นอนเพราะไม่เคยนั่ง เลยหาเรื่องนั่งจะได้รู้เสียที บ้านเมืองเรามันเสือกไม่มีซักทีนี่นา

นี่ไงราคาตั๋ว 1,940 เยน



มีบัตรมีตั๋วก็ไปที่รอที่ชานชาลากันเลย คือต้องเดินลงบันไดเลื่อนลงไปลึกมากพอควร เมื่อยืนที่บันไดเลือนแล้วต้องรีบชิดซ้ายทันที ปล่อยที่ว่างไว้สำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วสามารถเดินแซงขึ้นไปได้ ดูแล้วเป็นระเบียบดี ไม่ยืนเกะกะ หรือยืนคุยกัน บ้างครั้งยืนเรียงหน้ากระดานเหมือนบ้านเรา



เดินผ่านของกินไม่ได้  ต้องแวะหาเสบียงมื้อเช้าไว้บนรถเพิ่มเติมอีก เห็นแล้วน่ากินจัง


ตารางเวลาเมื่อ 19.14 น.  นาฬิกาเดินบอกเวลาไปเรื่อยๆ  แล้วก็รอ



ตารางเวลาเมื่อถึง 19.22 น. อ้าว...ไหงเป็นแบบนี้ล่ะ  9.22 NASUNO 255 Delayed over 1h.30min.


เหอๆ.. เค้าก็รอ...รอก็รอเหมือนกัน





ในที่สุดก็ถึงเวลามันมาแล้ว นี่ไงถ่ายรูปไว้ก่อน นั่นมันเหมือนหัวปลาไหลหรือหัวเป็ดกันเนี่ย หัวมันทำไมยาวจังว่ะ แต่สวยดี รุ่นนี้ไม่น่าจะขนผักได้น่ะ


เราจะเริ่มจากที่เราอยู่ตอนนี้คือ Nakano และเราต้องการนั่งเจ้า Shingansen ไปลงที่ St. Koriyama ตั๋วก็ซื้อไว้แล้ว ขบวนของเราเป็นขบวนที่ 255 แต่ ๆๆๆ ขบวนนี้จะลีเลย์ออกไปอีก 1 ชั่วโมงครึ่งแน่ะ.....เซ็งๆๆเลย  (มีหัวรถไฟจูบกันด้วย...)



หลังจากรอและรอ ในที่สุดก็ถึงเวลาได้ขึ้นรถไฟให้หายอยากเสียที พร้อมเสบียง ๑ ถุงติดตัว ขณะเดินไปยังตู้ขบวนเพื่อที่จะไปหาที่นั่ง สายตาเหลือบไปเห็นที่อ่างล้างมือ พอดีเลยขอไปล้างหน้าล้างตาหน่อย ว่าแต่ เอ.. ที่เปิดน้ำมันอยู่ตรงไหนหว่า หรือมันไม่ทำไว้ว่ะ ทำไมเราหาไม่เจอ ไม่เป็นไรขอไปนั่งสงบสติอารมณ์ให้สบายก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยมาสู้กับมันใหม่ มันจะแน่แค่ไหนว่ะ

ไปกันพร้อมหน้าสามคน ขณะนั่งรอยืนรอรถไฟ มีเรื่องขำจะเล่าอันที่จริงหากเป็นบ้านเมืองเขาก็คงไม่ขำหรอก แต่เผอิญว่าเราเป็นคนไทยไม่นิยมเข้าคิวแบบคนญี่ปุ่น

คือว่า..ขณะพวกเราสามคนยืนรอและยืนคุยกันอยู่หน้าชานชลาดั่งในภาพนั่นแหล่ะ สักพักก็มีคนญี่ปุ่นมายืนต่อแถวตรงที่เรายืนอยู่เป็นแถวยาวโค้งไปเลย ไอ้เราก็งงๆ ว่าทำไมคนมายืนต่อแถวเยอะจัง หันไปหันมา  อ้าว..นี่มันเข้าคิวเตรียมรอขึ้นรถไฟกันแล้วนี่  จากที่เรายืนกลุ่มเป็นสามมุมก็เลยต้องเข้ามาเรียงให้มันดูกลมกลืนกับชาวบ้านหน่อย

ดีจังเลย  คนที่นี่ไม่มีการแซงคิว  เห็นพวกเรายืนตรงนี้แบบไม่เป็นแถว แต่พวกเขาก็รู้ว่าพวกเรายืนอยู่ก่อน  พวกเขาจึงมายืนต่อพวกเราไง   สุดยอด

10/16/2014

แก้ตามช่าง..(ไม่ใช่ตามช่างมาแก้)

งานนี้เหนื่อยใจ จากที่จ้างช่างมาเดินระบบไฟฟ้าภายในบ้านและเป็นความสะเพร่าของตัวเราเองที่ไม่ตรวจงานให้ละเอียดเสียก่อน ด้วยความที่เป็นคนคุ้นเคยกันดีเลยไม่ดูอะไรมากเพียงเห็นว่าเสร็จเรียบร้อยก็จ่ายตังค์เป็นอันจบ ในที่สุดก็เริ่มมองเห็นจุดบกพร่องเช่น หลอดไฟอยู่ด้านหนึ่ง สวิทช์อยู่ด้านหนึ่งบ้าง สวิทช์เดียวต่อรวมหลอดบ้าง ช่างรู้ดีก่อนเจ้าของบ้านซะอีกไม่ถามเราเลย
แต่ภาพข้างล่างนี้เป็นภาพที่สายดิน(สีเขียว หมายเลข๑) มีกระแสไฟฟ้าตลอดเวลาแม้กระทั่งปิดเบรกเกอร์ลงหมดก็ตาม
ส่วนวงแดงหมายเลข ๒ เป็นฝีมือช่างแอร์ของ Home Pro มาติด ดูตามภาพจะเห็นสีของสายไฟใส่ลงไปโดยไม่ได้ดูชาวบ้านเลยว่าสีอะไรเค้าใส่อย่างไร จะว่าเป็นช่างโบราณดีมั้ย และที่สำคัญสร้างปัญหาให้กับระบบไฟฟ้าในบ้านทั้งหมดด้วย นั่นคือไฟรั่วไปลงที่กราวด์ ทำให้มิเตอร์หมุนทำงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง มารู้อีกทีอีตอนมาติดตั้งเครื่่องทำน้ำอุ่นด้วยตัวเองและถูกไฟเกือบดูดนั่นแหละ..

ตู้โหลดเซ็นเตอร์เมนเบรกเกอร์
เมื่อเดินสายไฟภายในบ้านเสร็จใหม่ๆ ได้ซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดตั้งครั้งแรกเปิดทดสอบใช้งานได้ตามปกติ แต่ไม่ค่อยได้ใช้เลยถอดไปใช้กับบ้านอีกหลังหนึ่ง จากนั้นสั่งแอร์มาติดตั้ง ๒ ตัว แล้วก็ทิ้งบ้านไว้ไม่ได้เปิดใช้อยู่หลายเดือน มาวันนี้ซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาใหม่เพื่อติดตั้งแทนเครื่องเก่าที่ถอดออกไป ระหว่างทำการติดตั้งเมื่อต่อสายไฟครบทั้ง ๓ เส้นแล้วมือไปถูกสายดินปรากฎว่าถูกไฟดูด จึงได้เอาไขควงเทสไฟดูมีไฟแน่นอน ตอนนั้นยังคิดว่าในเมื่อยังไม่ได้ต่อสายไฟเข้าเบรกเกอร์เลยและปิดไฟไว้หมดทำไมมันจึงมีไฟดูดเราได้ เดินออกไปดูมิเตอร์หน้าบ้านเห็นมิเตอร์หมุนอยู่อีก คราวนี้ชัดเลยว่าไฟรั่วแน่ๆเลย จึงจัดการเปิดตู้โหลดหาสาเหตุทันที

สาเหตุ เจอแล้วไง
ความมักง่ายของช่างแอร์ เมื่อเปิดตู้โหลดแล้วเวลาปิดใช้สกรูที่เป็นเกลี่ยวยาวเกินขนาดขันเพื่อปิดฝาตู้โหลด เลยทะลุทิ่มแทงสายเมนไฟที่มาจากมิเตอร์ ทำให้กระแสไฟวิ่งไปทั่วกล่องของตู้โหลดและวิ่งไปที่สายดินได้ มิน่าเล่ามันจึงมีไฟมาดูดเราขณะติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น นอกจากนี้เรายังต้องมาตามเก็บงานอีกหลายอย่างจากช่างมักง่ายที่มักง่าย

ดูช่างมักง่าย
ผลงานช่างแอร์ติดเบรกเกอร์ใช้วิธีมักง่าย คือใช้หัวแร้งไฟฟ้าเจาะแผ่นยึดแทนใช้สว่านเจาะ ผลคือไม่เรียบร้อยแผ่นมีตะเข็บแหลมคมและไม่เรียบ นอกจากนี้ยังสว่านเจาะรูเพื่อใช้ใส่ตะปูเกลียว แต่เมื่อใส่ตะปูเกลี่ยวแล้วปรากฎว่าหลวมขันไม่ได้หรือขันไม่แน่น

เมื่อมักง่ายยังงี้ แล้วช่างมันทำยังไงต่อ นี่เลย
หาอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องเครื่องมือมันนั่นแหล่ะมาทำเป็นน๊อตตัวเมียเสียเลย ช่างมันเก่งมั้ยล่ะ มักง่ายดีแทีเชียว

ในที่สุดเราก็จัดการแก้ไขเรียบร้อยสำเร็จด้วยดี กินเวลาไปครึ่งวันจากจ้างช่างมาทำแต่เราต้องมาแก้ไขตามช่างมัน คิดแล้วก็ช่างหัวมันเถอะกูก็ทำได้โว้ย..

10/09/2014

วันที่ ๓ ของการเดินทาง

วันนี้เป็นวันที่ ๓ แล้วที่พักอยู่ที่นี่ ตื่นขึ้นมาตอนเช้า มองออกไปข้างนอกที่พักต้นไม้สีเขียวขจีแซมใบสีเขียวอ่อนๆ พื้นยังมีรอยเค้าฝนเมื่อคืน แต่วันนี้ไม่มีฝนแล้วรอเพียงแสงแดดยามสายเข้ามา
อากาศวันนี้แจ่มใสดี อุณหภูมิน่าจะอยู่ประมาณ ๒๑ - ๒๒ องศา กำลังสบายเลย หลังเสร็จภาระกิจแล้วก็ออกจากที่พัก อันดับแรกเลยคือตุนเสบียงอาหารไว้ก่อน โดยแวะซื้อที่ร้านขายในเส้นทางเดินไปสถานีรถไฟนั่นเอง
เที่ยวแบบเราก็งี้แหละ..กินง่ายๆ ซื้ออาหารแบบสำเร็จรูปเหมือนร้านเซเว่นบ้านเรา ส่วนเวลากินก็ไปหาข้างหน้าเอา ร้านที่เราซื้อคือร้าน Family Mark มีให้เลือกเยอะเลย
ก่อนออกจากที่พักเราก็เตรียมหาข้อมูลจาก Internet ไว้แล้ว แต่พอมาถึงสถานที่จริงเพื่อจะซื้อตั๋วรถไฟฟ้าใต้ดินเริ่มสับสนและงงไปหมด แต่ไม่เป็นไรต้องใช้ความสามารถหน่อยก็แล้วกัน เมื่อมองดูแล้วทำไมมันมีที่จำหน่ายตั๋วมากมาย จะไปซื้อที่ไหนล่ะ คนก็เยอะลายตาไปหมด
ทุกอย่างมันใช้วิธีหยอดๆ กดๆ เท่านั้น หลังจากที่งงอยู่พักหนึ่งในที่สุดก็ได้ตั๋วมาแล้ว..เย้.. จากนั้นต้องรีบเดินและเดินให้เร็วไปตามลูกศรบอกทางเพื่อยังจุดหมายคือไปตรงที่ขึ้นรถไฟให้ทันเวลา
คนญี่ปุ่นนี้ยอมรับเลยว่าเดินเร็วมากเลย หลังจากเดินถึงบันไดเลื่อนทุกคนจะยืนชิดซ้ายกันหมดเลย เข้าแถวต่อคิวตรงเป๊ะ เวลาเดินสวนกับเด็กๆญี่ปุ่นพวกเค้าจะโค้งและพูดว่าสวัสดีครับโดยไม่สนใจว่าจะมีใครตอบกลับหรือไม่
เห็นป้ายแล้วจ้า พร้อมลูกศรบอกทิศทางไปขึ้น Shinkansen ซ่ะ ๆ