8/18/2014

งานวางแผ่นหินทางเดินสนามหญ้า

ในที่สุดก็มาเจอกับงานหินๆอีกแล้ว  เพียงยกแผ่นหินมาเตรียมไว้ก็หนักอยู่แล้ว ยังต้องมาขุดอีกเจอไปหลายหลุมเหมือนกัน ไหนจะรูปร่างหินที่มีรูปร่างแตกต่างกันอีก ดินรึสุดแข็ง แผ่นหินแต่ละแผ่นมีความหนาบางไม่เท่ากัน
แต่ในที่สุดก็สำเร็จได้เพียงบางส่วน คืออาจต้องทำเพิ่มเติมอีกหนึ่งทางแยก เพราะมองดูแล้วทางเดินควรจะมีอีกหนึ่งทางเดิน ไม่งั้นต้องเดินเหยียบหญ้าที่ปลูกไว้แน่ๆ

ถึงจะมีทางเดินป้องกันคนเดินเหยียบสนามหญ้า แต่ก็ไม่พ้นอยู่ดีเพราะยังมีสุนัขอีก ๓ ตัว มันเล่นวิ่งไล่กันทุกวันโดยเฉพาะสนามหญ้าแห่งนี้

6/08/2014

เตรียมตัวเดินทางพบเพื่อน

กลับถึงที่พัก อาบน้ำพักขาหลังจากเดินทอดน่องมาร่วมครึ่งวันแล้ว รอเวลาไปตามนัดเพื่อน วันนี้มีคนเลี้ยงข้าวมื้อเย็นแล้ว
ยังเป็นภาพห้องนอนห้องเดิมให้ดูอีกครั้งหนึ่ง ขนาด ๓ เตียงนอนสบาย มีทีวี เก้าอี้นั่งพร้อมโต๊ะนั่งดื่มน้ำชาหรือนั่งทำงานได้ กระดิกน้ำร้อนพร้อมแก้วครบชุด

นี่ก็เวลา ๑๔.๓๐ น. แล้วถึงเวลาเราต้องออกเดินทางเผื่อไว้ เพราะเส้นทางข้างหน้ายังไม่รู้ว่าจะไปยังไงดี  ไปเลยเริ่มผจญเส้นทางกันได้แล้ว ณ.บัดนี้ เริ่มต้นออกจากสถานีรถไฟ Ueno ไปลงที่ Shijuku ก่อนเพราะต้องแวะไปจองตั๋วรถบัสสำหรับไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิในวันรุ่งขึ้น กันพลาดต้องจองไว้ล่วงหน้าดีที่สุด ต้องขอชมลูกสาวตัวเองวางแผนไว้ดีมาก

     การเดินทางมาที่ Shijuku นั้นเรื่องเล็กมาก เพราะเดินทางผ่านไปมาหลายครั้งแล้ว เมื่อมาถึงแล้วก็เดินหาที่จำหน่ายตั๋ว แต่ว่า..เดินรอบตึกแล้วทำไมมันไม่เห็นห้องจำหน่ายตั๋วไปที่ๆเราจะไปเลย ก็สอบถามเจ้าหน้าที่ขายตั๋วข้างล่างนั่นแหละ ดีจังเค้าก็ชี้และนำทางไปส่งขึ้นชั้น ๒ โธ่..อยู่ที่นี่เอง ว่าแล้วก็ต้องนั่งรอก่อนเพราะรอคิวคนข้างหน้าเรากำลังนั่งสอบถามอะไรอยู่  ไม่เป็นไรเรารอได้อยู่แล้ว

เมื่อจองตั๋วรถบัสสำหรับไว้เดินทางวันพรุ่งนี้แล้ว ทีนี้เราก็จะต้องเดินทางต่อไปหาเพื่อนตามที่นัดไว้ กลับเข้ามาที่สถานี Shijuku เป้าหมายที่เราจะไปต่อ คือ  Shibuya

สถานีรถไฟชินจุกุเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อสำหรับการจราจรทางรถไฟ ระหว่างใจกลางเมืองโตเกียวกับชานเมืองตะวันตก สถานีแห่งนี้ได้รับการบันทึกเป็นสถานีรถไฟที่มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนคนมหาศาลเดินอย่างไรจึงจะไม่หลงกัน เราเตรียมไว้แล้วคือ เดินให้ทันกันตลอดอย่าให้คาดสายตาเด็ดขาด เพราะเราจะเดินช้าก็ไม่ได้เดี๋ยวคนอื่นจะเหยียบเอาน่ะ ที่สำคัญเมื่อลงจากรถไฟแล้วอย่ารีบเดินไหลไปตามคลื่นของมวลมหาชนเข้าล่ะ ให้ฉีกตัวออกมาจากเส้นทางเดินแล้วรีบเข้าหามุมอับสักทีเป็นที่จอดหายใจตั้งสติก่อนว่าเราจะออกทางไหน ช่องไหน เพราะมันมีที่ออกเกือบทุกทิ่

เห็นมั๊ย การที่จะออกเดินทางออกจากที่นี่ได้ ช่างวุ่นวายดีแท้เพราะคนมากมาย ช่องขายตั๋วก็มากไม่รู้ตรงไหน ผู้คนก็ไหลไปมาจนลายตาไปหมด นั่นแน่..เห็นตัวช่วยแล้ว ลูกสาวเล็งเห็นน้อง ๆ นักเรียนกำลังยืนคุยกันอยู่ เอาล่ะได้การเข้าไปสอบถามเลยดีกว่า ได้ออกจากสถานีเสียที


5/28/2014

เดินเที่ยวดูบ้านเรือนคนญี่ปุ่น

ฝนฟ้าไม่เป็นใจแต่ไม่เป็นอุปสรรคในการเดินเที่ยว ถือคติว่าฝนตกเรื่องของธรรมชาติเราก็แค่เตรียมตัวเราให้พร้อมก็ไม่เห็นมีปัญหาตรงไหน ตกลงว่าวันนี้ทั้งวันมีแต่ฝนปรอยๆ หยุดๆ และไม่มีแสงแดดให้เห็นเลย ตามมาด้วยความหนาวเย็นต้องเดินกอดอกมั่งหรือมือซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงมั่งเสื้อมั่งสลับกันไป ยังดีที่ไม่ต้องกลัวลื่น เจอพื้นดินแฉะๆเล่ะๆไม่มี เส้นทางลาดยางหมดทุกซอกซอย

เพราะยังต้องการเจาะเดินดูวิถีชาวบ้านแบบถึงบันไดหน้ากันเลย จะสังเกตุเห็นว่าถนนเปียกมีน้ำฝนไหลตามทางตลอด รองเท้าเริ่มจะมีน้ำซึมเข้ามาบ้างแล้วล่ะ

เข้ามาในชุมชนบ้านเรือนของเขาแล้ว คือยืนดูเฉพาะหน้าบ้านไม่ว่าบ้านหลังไหนจะเห็นต้นไม้ดอกไม้สวยๆเสมอ สวนไม้ดอกไม้ประดับจัดแต่งไม่ซ้ำกันเลย ถนนก็ว่างๆ นานๆ จึงจะมีรถราวิ่งมาที นั่นแน้..เห็นนักเรียนเดินกลับบ้านแล้ว ๒ คน สงสัยคงบ่าย ๓ โมงกว่าแล้วสิ เรายังตะลอนๆ แอบดูบ้านโน้นบ้านนี้อยู่เลย

เช่นเคย ไม่เห็นมีเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นเหมือนบ้านเราเลย ผู้คนในบริเวณบ้านหาไม่เจอ เอ..พวกเค้ากำลังทำอะไรกันที่ไหน และกำลังทำอะไรอยู่อยากรู้จริงๆ เดินมาเจอร้านขายเสื้อผ้าร้านหนึ่ง ตามภาพบนเห็นมีเสื้อแบบสวยๆ โชว์อยู่จึงได้เข้าไปดู มีเสื้อผ้าแบบเก๋ น่ารัก ราคาก็แพงเอาการอยู่ตามคุณภาพของสินค้าอ่ะน่ะ

เดินตามแผนที่ที่ได้มาจากร้านขนมและกาแฟที่นั่งกินช่วงบ่ายๆมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็มาโผล่เอาในตัวเมืองเลย ลืมไปแล้วว่ามีกี่แยก ก่อนจะเดินจากออกไปตรงนี้เป็นหัวมุมพอดี เป็นที่วางขายต้นไม้ประดับไม้ดอก เลยแอ็กเก็บภาพไว้ตามระเบียบ เผื่อเป็นไอเดียมาจัดที่บ้านบ้าง จึงถ่ายภาพเหล่านี้ไว้เยอะมาก 

ในภาพเห็นอยู่ข้างโน้น KINOKUNIYA(คิโนะคุนิยะ) คือร้านหนังสือสัญชาติญี่ปุ่นที่มีสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่นกว่า 70 สาขา และ 25 สาขาทั่วโลกรวมทั้งที่เมืองไทยเราด้วย แต่คงไม่มีเวลาเข้าไปเดินดูแล้ว เพราะช่วง ๖ โมงเย็นเรามีนัดไว้กับคนญี่ปุ่น ๒ คนและชาวอเมริกันอีก ๑ คน

เริ่มเห็นเมืองแล้วยังพากันยืนเก็บภาพบรรยากาศอยู่อีก ในเมืองก็ยังมีการอนุรักษ์รถลากแบบญี่ปุ่นโบราณด้วย ให้บริการนักท่องเที่ยวซึ่งก็เป็นอาชีพหนึ่งของที่นี่ คนลากรถนี้มีทั้งผู้หญิงและชาย แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย สังเกตุว่าในระหว่างทำหน้าที่ลากรถไปนั้น ขณะลากรถไปนั้นจะเป็นลักษณะกึ่งเดินกึ่งวิ่ง คนลากจะพูดอะไรก็ฟังไม่ออก เสียงออกจะดังๆ พูดไปเรื่อย ๆ หากเดาน่าจะเป็นการอธิบายสถานที่ท่องเที่ยวให้คนนั่งรถลากฟังก็ได้
สุดท้ายของโพสนี้ เดินมาก กินมากเพิ่มพลังด้วยน้ำนานาชนิดที่ตู้หยอดเหรียญหน้าสถานีรถไฟฟ้านั่นแหละ  ตามด้วยหลอดเหรียญซื้อตั๋วรถไฟกลับ และยืนเต๊ะท่าหน่อยก่อนเข้าไปภายในสถานี

5/23/2014

กาแฟร้อนยามบ่าย

ช่วงหลังเที่ยงเรายังคงใช้วิธีเดินเที่ยวกันต่อตามถนนเส้นทาง บ้านเรือนไปเรื่อยๆ ระหว่างที่แวะเข้าห้องน้ำทางเข้าวัดอะไรสักอย่าง  เห็นกลุ่มนักเรียนกลุ่มใหญ่กำลังกลับจากเที่ยวข้างบน ซึ่งน่าจะเป็นวัดแต่เราไม่ขึ้นไป

พอดีว่าเหลี่ยวมองไปอีกทางแยกหนึ่ง รู้สึกว่าสวยดี มีไม้ดอกไม้ประดับทางเดินเข้าไป จึงตัดสินใจเดินเข้าดูด้วยความสงสัย อ้าว..เป็นร้านขายพวกขนมญี่ปุ่นต่างๆ กับชา กาแฟ มีที่นั่งด้วย บ๊ะนี่มันก็บ่ายแล้วน่ะ หากได้กาแฟร้อนๆ สักแก้วน่าจะดีทีแท้ งั้นก็ต้องชิมเล้ย..

เราเพียงสั่งขนมปังมากิน ๒ ที่และกาแฟร้อน ๑ ถ้วย ขนมอร่อยดีรวมทั้งกาแฟหมดไปอย่างรวดเร็ว ช่วยไล่ความหนาวเย็นได้ดีทีเทียว

กินเสร็จเลยถือโอกาสถามเส้นทางเดินเที่ยวต่อซะเลย ชื่นชมในอัธยาศัยไมตรีที่ดีกลัวเราจะหลงเจ้าของร้านไปหยิบแผนที่มาให้อีก ก็คุ้มค่าเส้นทางเดินผ่านหมู่บ้านที่เงียบเหงาผู้คน  แต่เรื่องความสะอาดและความสวยงามยังเหมือนเดิม