9/28/2014

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว


13 คุณประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวที่คุณอาจจะยังไม่รู้


 ‪
1. ‎น้ำมันมะพร้าวสามารถนำมาใช้แทนน้ำมันชนิดต่าง‬ ๆ ในการประกอบอาหารและเบเกอรี่ได้โดยไม่มีผลต่อรสชาติอาหาร นั่นเพราะน้ำมันมะพร้าวมีไขมันดีชนิดอิ่มตัวถึง 92% โดยส่วนใหญ่จะเป็นกรดไขมันที่มีขนาดโมเลกุลปานกลางเช่น กรดลอริก กรดคาปริก และกรดคาปริลิก ซึ่งเมื่อรับประทานและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะถูกเผาผลาญได้ดี ขณะที่น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มมีไขมันอิ่มตัวเพียงราว ๆ 14-15% หรือน้ำมันรำข้าวก็มีเพียง 18% เท่านั้น

2. ในต่างประเทศนิยมใช้น้ำมันมะพร้าวแทนเนย‬ หรือมาการีนซึ่งอุดมไปด้วยไขมันทรานส์(Transfat) กรดไขมันอิ่มตัวสูงที่ได้จากการแปรรูป โดยน้ำมันมะพร้าวเมื่อนำไปปรุงอาหารจะไม่ก่อให้เกิดไขมันทรานส์ แต่จะยังคงความหอมอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น คอนเฟิร์มโดยผลวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ยืนยันว่า การบริโภคไขมันทรานส์น้อยลงจะลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 50% เลยทีเดียว ‪

3. น้ำมันมะพร้าวหากนำมารับประทานคู่กับกระเทียม‬ จะถือเป็น Super antioxidant ที่สามารถลดโอกาสการเกิดโรคร้ายแรงบางชนิด ได้ เช่น โรคหัวใจ เพราะน้ำมันมะพร้าวมีคอเลสเตอรอลน้อยมาก น้อยกว่าน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันพืชตัวอื่น ๆ ที่ใช้กันอยู่ และวิตามินอีในน้ำมันมะพร้าว จะช่วยลดความหนืดของเลือด ขยายหลอดเลือด และป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ส่วนกระเทียมก็มีสารประกอบของกำมะถันสูงมาก และยังมีสารสำคัญอีกกว่า 30 ชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ‪4. การรับประทานน้ำมันมะพร้าวในช่วงตั้งครรภ์จะช่วยทำให้ทารกมีภูมิคุ้มกันที่ดี‬ และยังช่วยเพิ่มคุณค่าของน้ำนมแม่อีกด้วย นั่นเพราะในน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยแคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง รวมทั้งป้องกันภาวะกระดูกพรุน หรือการสูญเสียแคลเซียมของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมลูกน้อย ‪

5. ถ้าคุณนอนไม่ค่อยหลับ‬ น้ำมันมะพร้าวช่วยคุณได้ เพราะน้ำมันมะพร้าวนั้นอุดมไปด้วยกรดลอริก กรดคาปริก และกรดคาปริลิก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลาย การรับประทานน้ำมันมะพร้าวติดต่อกันทุกวันในปริมาณเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทขึ้น และยังช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ลดความเครียด และอาการอ่อนเพลียได้ด้วย ‪

6. การรับประทานน้ำมันมะพร้าวก่อนมื้ออาหาร‬ 3 เวลา จะช่วยลดปัญหาโรคเบาหวาน และหากนำไปผสมกับชา กาแฟ หรือโกโก้ ก็จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อในลำคอได้อีกต่างหาก กรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวเป็นสารตัวเดียวกับนมน้ำเหลืองจากแม่ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น "มอโนลอริน"ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค เป็นทั้งยาปฏิชีวนะกำจัดเชื้อโรคชนิดที่มีเกราะหุ้มเซลล์เป็นไขมัน เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่เริม คางทูม เป็นต้น ‪

7. สำหรับใครที่ชอบรับประทานข้าวมันไก่เป็นชีวิตจิตใจ‬ คุณสามารถอร่อยอย่างมีสุขภาพได้แล้ววันนี้ โดยใช้น้ำมันมะพร้าวหุงข้าวแทนน้ำมันจากไก่ หรือน้ำมันชนิดอื่น ด้วยวิธีทำที่ง่ายมาก เพียงใส่น้ำมันมะพร้าวผสมกับข้าวที่ซาวแล้วพร้อมหุง จากนั้นก็ตามด้วยกระเทียมและพริกไทย เพียงเท่านี้ก็จะได้ข้าวมันจากน้ำมันมะพร้าวที่หอมอร่อยด้วยคอเลสเตอรอลและไขมันที่น้อยกว่ามาก ‪

8. น้ำมันมะพร้าวสามารถนำมาใช้ทาเป็นครีมกันแดดได้ยิ่งไปกว่านั้นหากสาว‬ ๆ คนไหนชอบให้ผิวเป็นสีแทนล่ะก็ สามารถทาน้ำมันมะพร้าวแล้วไปนอนอาบแดดได้เลย คุณจะมีผิวสีแทนสวยสมใจ โดยไม่ต้องกังวลกับความหมองคล้ำของฝ้าแดด เพราะนอกจากน้ำมันมะพร้าวจะอุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดดีแล้ว ยังมีวิตามินอีซึ่งจะช่วยป้องกันฝ้าจากแสงแดดได้ด้วย ‪

9. เพราะน้ำมันมะพร้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลังที่จะช่วยควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอล‬ ดังนั้น การรับประทานน้ำมันมะพร้าวจึงเป็นหนึ่งในเคล็ดลับเพื่อควบคุมน้ำหนักได้ แต่ถ้าจะใช้วิธีนี้ให้ได้ผล ขอแนะนำให้รับประทานติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป รวมถึงควบคุมอาหาร ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่า คุณจะผอมหุ่นเพรียวแถมรีเทิร์นสุขภาพได้อีกต่างหาก ‪

10. หลังสระผม‬ เพียงนำน้ำมันมะพร้าวชโลมผมให้ทั่ว จากนั้นนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นโพกศีรษะทิ้งไว้ราว 15 นาทีจะช่วยคืนความนุ่มและรักษาความแห้งเสียของเส้นผมได้ ไม่ว่าความแห้งเสียนั้นจะมาจากแสงแดด หรือสารเคมีจากการทำสีผม นอกจากนี้ น้ำมันมะพร้าวยังช่วยบำรุงรากผมและสุขภาพหนังศีรษะอีกด้วย

11. น้ำมันมะพร้าวสามารถนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นเลิศเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณการทาน้ำมันมะพร้าวทั่วใบหน้าก่อนเข้านอน จะช่วยกักเก็บน้ำใต้ผิวเวลานอนหลับ ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น น้ำมันมะพร้าวยังเป็นอาหารของเซลล์ชั้นดี โดยเซลล์จะดูดซับกรดไขมันสายปานกลาง และเปลี่ยนเป็นพลังงานที่เพิ่มกิจกรรมการเผาผลาญ กระตุ้นการรักษาและฟื้นฟู ทำให้ปัญหารอยด่างดำต่าง ๆ ของผิวหนังหายไป นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่น้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์ในการทำให้แผลสด แผลไฟไหม้ แผลมีหนอง และการบาดเจ็บอื่น ๆ ของผิวหนังและเนื้อเยื่อหายเป็นปกติได้เร็วยิ่งขึ้น

12. ผู้ที่ชื่นชอบการทำสปาด้วยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจขอเชิญทางนี้น้ำมันมะพร้าวสามารถนำมาใช้เป็นน้ำมันนวดเพื่อผ่อนคลายได้ (Oil Massage) โดยน้ำมันมะพร้าวจะดูดซึมเร็วทำให้ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทั้งยังมีการอ้างอิงข้อมูลในสมัยอยุธยาว่า มีการนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้รักษาอาการปวด และการอักเสบต่าง ๆของกล้ามเนื้อ ซึ่งในปัจจุบันได้มีข้อพิสูจน์แล้วว่า เป็นเพราะกรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวนั่นเองที่ช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ เหล่านี้

13. หลังจากเราดูสวยใสด้วยการแต่งหน้ามาทั้งวัน‬ พอถึงขั้นตอนการทำความสะอาดใบหน้า น้ำมันมะพร้าวก็กลายเป็นผู้ช่วยที่แสนมหัศจรรย์ไปในทันที ด้วยน้ำมันสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติที่สามารถทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก หมดจด โดยไม่มีสารเคมีตกค้าง ร่วมด้วยการนวดเบา ๆ ขณะชโลมน้ำมันมะพร้าวทั่วใบหน้าก่อนเช็ดทำความสะอาด จะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของต่อมน้ำเหลือง ทำให้เกิดความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อผิวแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น

(ขอขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ)

9/08/2014

สถานี Shibuya



ที่สถานี Shibuya คนยังมากเหมือนเดิม เป็นสถานีต้นทางไปสู่ยังชานเมืองต่างๆ ด้านตะวันตกและใต้ของกรุงโตเกียว
 
ฮาจิโกะ..ตำนานแห่ง Shibuya สุนัขยอดกตัญญูก็อยู่ที่นี่ เป็นประวัติตำนานของสุนัขที่รักเจ้าของจนวันตาย หวังว่าคงจะได้อ่านและดูภาพยนต์ผ่านกันมาแล้ว

ถึงแล้วไง Sangenjaya ที่นัดหมายของเรา หลังจากเดินท่ามกลางสายฝนปรอยๆ อากาศเย็นๆ ก็มาถึงที่หมาย เพื่อนมารอรับที่หน้าสถานีรถไฟเลยทีเดียว เพื่อนพาเดินข้ามถนนนิดหน่อยก็ถึงร้านอาหารมื้อเย็น

ไม่ได้เจอกันนาน เพื่อนทั้ง ๓ คน เมื่อครั้งอดีตสมัยเรียนปริญญาโทด้วยกันที่ Columbia University เป็นเพื่อนชาวญี่ปุ่น ๒ คน และเพื่อนชาวอเมริกัน ๑ คน วันนี้ทั้ง ๓ คนมีความตั้งใจจะเลี้ยงอาหารมื้อเย็นให้กับพวกเรา ในโอกาสที่มาเยือนบ้านของทั้ง ๒ คนด้วยความยินดี ดูดิ เพื่อนๆทางญี่ปุ่นเลี้ยงอะไรเราบ้าง
ชุดแรกเป็นออร์เดิร์ฟกินเล่นเพลินๆ ด้วยถั่วแระญี่ปุ่น ถั่วลิสงต้ม อีกอย่างจำไม่ได้แล้วตักใส่มาในถ้วย ตามด้วยปลาดิบ ส่วนน้ำดื่มเป็นน้ำชา ตามด้วยชาบูชาบูชุดใหญ่ น้ำชุบร้อนๆ เฮ่อ เป็นตาแซ่บหลาย และมีอาหารอีก ๒-๓ อย่างไม่รู้จักชื่อ กินไปฝนตกไป

ก่อนจากก็เป็นธรรมเนียมมีการแลกของขวัญซึ่งกันและกัน

8/18/2014

งานวางแผ่นหินทางเดินสนามหญ้า

ในที่สุดก็มาเจอกับงานหินๆอีกแล้ว  เพียงยกแผ่นหินมาเตรียมไว้ก็หนักอยู่แล้ว ยังต้องมาขุดอีกเจอไปหลายหลุมเหมือนกัน ไหนจะรูปร่างหินที่มีรูปร่างแตกต่างกันอีก ดินรึสุดแข็ง แผ่นหินแต่ละแผ่นมีความหนาบางไม่เท่ากัน
แต่ในที่สุดก็สำเร็จได้เพียงบางส่วน คืออาจต้องทำเพิ่มเติมอีกหนึ่งทางแยก เพราะมองดูแล้วทางเดินควรจะมีอีกหนึ่งทางเดิน ไม่งั้นต้องเดินเหยียบหญ้าที่ปลูกไว้แน่ๆ

ถึงจะมีทางเดินป้องกันคนเดินเหยียบสนามหญ้า แต่ก็ไม่พ้นอยู่ดีเพราะยังมีสุนัขอีก ๓ ตัว มันเล่นวิ่งไล่กันทุกวันโดยเฉพาะสนามหญ้าแห่งนี้

6/08/2014

เตรียมตัวเดินทางพบเพื่อน

กลับถึงที่พัก อาบน้ำพักขาหลังจากเดินทอดน่องมาร่วมครึ่งวันแล้ว รอเวลาไปตามนัดเพื่อน วันนี้มีคนเลี้ยงข้าวมื้อเย็นแล้ว
ยังเป็นภาพห้องนอนห้องเดิมให้ดูอีกครั้งหนึ่ง ขนาด ๓ เตียงนอนสบาย มีทีวี เก้าอี้นั่งพร้อมโต๊ะนั่งดื่มน้ำชาหรือนั่งทำงานได้ กระดิกน้ำร้อนพร้อมแก้วครบชุด

นี่ก็เวลา ๑๔.๓๐ น. แล้วถึงเวลาเราต้องออกเดินทางเผื่อไว้ เพราะเส้นทางข้างหน้ายังไม่รู้ว่าจะไปยังไงดี  ไปเลยเริ่มผจญเส้นทางกันได้แล้ว ณ.บัดนี้ เริ่มต้นออกจากสถานีรถไฟ Ueno ไปลงที่ Shijuku ก่อนเพราะต้องแวะไปจองตั๋วรถบัสสำหรับไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิในวันรุ่งขึ้น กันพลาดต้องจองไว้ล่วงหน้าดีที่สุด ต้องขอชมลูกสาวตัวเองวางแผนไว้ดีมาก

     การเดินทางมาที่ Shijuku นั้นเรื่องเล็กมาก เพราะเดินทางผ่านไปมาหลายครั้งแล้ว เมื่อมาถึงแล้วก็เดินหาที่จำหน่ายตั๋ว แต่ว่า..เดินรอบตึกแล้วทำไมมันไม่เห็นห้องจำหน่ายตั๋วไปที่ๆเราจะไปเลย ก็สอบถามเจ้าหน้าที่ขายตั๋วข้างล่างนั่นแหละ ดีจังเค้าก็ชี้และนำทางไปส่งขึ้นชั้น ๒ โธ่..อยู่ที่นี่เอง ว่าแล้วก็ต้องนั่งรอก่อนเพราะรอคิวคนข้างหน้าเรากำลังนั่งสอบถามอะไรอยู่  ไม่เป็นไรเรารอได้อยู่แล้ว

เมื่อจองตั๋วรถบัสสำหรับไว้เดินทางวันพรุ่งนี้แล้ว ทีนี้เราก็จะต้องเดินทางต่อไปหาเพื่อนตามที่นัดไว้ กลับเข้ามาที่สถานี Shijuku เป้าหมายที่เราจะไปต่อ คือ  Shibuya

สถานีรถไฟชินจุกุเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อสำหรับการจราจรทางรถไฟ ระหว่างใจกลางเมืองโตเกียวกับชานเมืองตะวันตก สถานีแห่งนี้ได้รับการบันทึกเป็นสถานีรถไฟที่มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนคนมหาศาลเดินอย่างไรจึงจะไม่หลงกัน เราเตรียมไว้แล้วคือ เดินให้ทันกันตลอดอย่าให้คาดสายตาเด็ดขาด เพราะเราจะเดินช้าก็ไม่ได้เดี๋ยวคนอื่นจะเหยียบเอาน่ะ ที่สำคัญเมื่อลงจากรถไฟแล้วอย่ารีบเดินไหลไปตามคลื่นของมวลมหาชนเข้าล่ะ ให้ฉีกตัวออกมาจากเส้นทางเดินแล้วรีบเข้าหามุมอับสักทีเป็นที่จอดหายใจตั้งสติก่อนว่าเราจะออกทางไหน ช่องไหน เพราะมันมีที่ออกเกือบทุกทิ่

เห็นมั๊ย การที่จะออกเดินทางออกจากที่นี่ได้ ช่างวุ่นวายดีแท้เพราะคนมากมาย ช่องขายตั๋วก็มากไม่รู้ตรงไหน ผู้คนก็ไหลไปมาจนลายตาไปหมด นั่นแน่..เห็นตัวช่วยแล้ว ลูกสาวเล็งเห็นน้อง ๆ นักเรียนกำลังยืนคุยกันอยู่ เอาล่ะได้การเข้าไปสอบถามเลยดีกว่า ได้ออกจากสถานีเสียที