5/13/2014

เที่ยวเมืองคามาคุระ (Kamakura)

Kamakura เป็นเมืองที่มีความสำคัญในการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นอีกเมืองหนึ่ง การเดินทางสะดวกคืออยู่ไม่ไกลจากโตเกียวเท่าใดนักกะประมาณว่าระหว่างกรุงเทพฯอยุธยา ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมง

การเดินทาง

มีสายรถไฟวิ่งบริการ เช่น
  • สาย JR Yokosuka นั่งออกจากสถานี โตเกียว ประมาณ ๕๐ นาทีก็ถึง ราคาประมาณ ๘๐๐ กว่าเยน(เทียบเงินบาทวันนี้ ๐.๓๒)
  • สาย Shinjuku นั่งจากสถานี Shinjuku ประมาณ ๑ ชั่วโมง ค่ารถราคาใกล้เคียงกัน
  • สาย Odakya Railway ขบวนนี้เป็นราคาขายให้กับนักท่องเที่ยวแบบเหมาจ่ายไปกลับ โดยออกจากสถานี Shinjuku เหมือนกัน


เรามาเที่ยวนี้ซื้อตั๋วรถไฟใบเดียวใช้ ๓ คน พอขบวนรถเข้าจอดเราก็ขึ้นไปที่ตู้ตรงหน้า มองหาที่นั่งทันทีพอดีว่ามีที่ว่างมากก็เลยนั่งได้สบาย เมือรถออกไปสักพักหนึ่ง เกิดเฉลียวใจว่า ตู้นี้มันดูไฮโซน่าดูไปหมด มันไม่เหมาะกับราคาตั๋วเราทั้งสามคนแน่ จึงได้ลุกเดินไปถามพนักงานหญิงคนหนึ่ง เขาบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่นั่งของเรา ตู้นี้สำหรับผู้ที่ซื้อตั๋วจองล่วงหน้าไว้เท่านั้น ว่าแล้วพนักงานก็พาเรามาส่งยังอีกตู้หนึ่ง คราวนี้ใช่เลยคนเยอะมาก ผลคือได้ยืนสมราคา..

ป้ายสถานี kamakura
เริ่มออกเดิน
วัดเองงะคุจิ
ถึงแล้วจร้า..ลงรถไฟที่สถานี KitaKamakura วันนี้เจอฝนปอยๆ ดีว่าเตรียมร่มมาด้วย เอ้าเดินต่อกันเลยออกมาทางขวาของสถานี เป็นถนนแคบๆหน่อยเลียบกับทางรถไฟ รายทางก็จะมีร้านอาหารน่ารักๆตั้งอยู่เป็นระยะ
วัดนี้ต้องเสียเงินเข้าชมด้วยล่ะ 300 เยน เมื่อเข้าไปภายในวัด ว้าว..เงียบสงบยิ่งเจอฝนตกด้วยหนาวเย็นมากเลย บริเวณวัดกว้างและลึกมาก ช่วงระหว่างเดินต้องมีที่แวะชมสองข้างทางตลอด สวยงามทั้งนั้น ช่วงที่เราเข้ามายังเจอกับกลุ่มนักเรียนญี่ปุ่นมาเที่ยวด้วย เสียดายที่ถ่ายรูปพระที่วัดนี้ไม่ทันดูแล้วแปลกตาดี ด้านหลังเป็นที่อยู่ของพระ สถานที่ บริเวณลานวัดสะอาด ยิ่งห้องน้ำสะอาดมากทันสมัยดีจริง ไม่น่าเชื่อว่าห้องน้ำแบบนี้อยู่ในวัด เนื่องจากฝนตกตลอดเลยได้มีโอกาสไปใช้ห้องน้ำซะ ๒ ครั้งเลย

5/12/2014

Ameyoko Market (ตลาดอะเมโยโกะ)

ตลาดอะเมโยโกะสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยไม่เคยพลาด
Ameyoko Market เป็นตลาดยอดฮิตเลยสำหรับคนไทยเพราะเมื่อไปถึงสถานี Ueno แล้วเพียงเดินออกจากสถานีแล้วเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามก็ถึงแล้ว นับว่าสะดวกมาก

Ameyoko Market เป็นสถานที่รวมอะไรหลายๆอย่างในที่เดียวกัน เหมือนกับตลาดไนท์บาซาร์บ้านเรา มีสินค้านานาชนิดจำหน่ายราคาไม่แพง ไม่ว่าจะเป็นพวก น้ำหอมที่คนไทยชอบฝากซื้อกันจัง เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า กระเป๋า ผลไม้ต่างๆตามฤดูกาล มีอยู่ร้านหนึ่งติดธงชาติไทยไว้เลย สงสัยว่าคนไทยคงมาจับจ่ายที่นี่เยอะ เดินผ่านอีกร้านหนึ่งคนขายเป็นผู้ชายหันหน้ามาหาแล้วพูดว่า เชิญครับ อร่อยมากครับ
นอกจากนี้ยังมีสินค้าพื้นเมือง สินค้าจากทะเลทั้งสดทั้งแห้งน่าซื้อหากลับบ้านทั้งนั้น ร้านอาหารก็เยอะมากหลากหลาย ตั้งร้านแบบริมถนนแต่ละร้านขายดีมาก ใครจะกินร้านไหนก็ไปต่อคิวได้เลย มื้อนี้ในเมื่อมาถึงนี่นี่แล้วก็ต้องลองกินดู เดินหาร้านได้แล้วรอถึงคิว ก่อนถึงคิวเจ้าของร้านเดินแจกหมายเลขอาหารที่ต้องการ  เพราะที่ร้านนี้เขาจะมีรายชื่ออาหารพร้อมหมายเลข เราจะสั่งอะไรก็เพียงแต่บอกหมายเลขเท่านั้น ด้วยที่ว่าเราคุยกันไม่ได้เรื่องเท่าไหร่เกี่ยวกับอาหาร เราก็ใช้วิธีพาเจ้าของร้านเดินไปดูรูปที่หน้าร้านก็ได้กินแล้ว

หน้าร้านอาหาร
ใบรอคิว

เมื่อเราสั่งอาหารวิธีนี้นี่เอง ทำให้เจ้าของร้านรู้ว่าเราไม่ใช่คนญี่ปุ่น และมีคนญี่ปุ่นหญิงชายคู่หนึ่งนั่งร่วมโต๊ะตรงข้ามกับเราก็ยิ้มให้ และช่วยถ่ายรูปให่ด้วย พูดถึงคนญี่ปุ่นเมื่อรู้ว่าเราเป็นคนต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศของเขา พวกเขาจะแสดงน้ำใจเป็นมิตรที่ดีมากๆ และต้องบอกว่ามาก ๆ..

อาหารที่เราสั่งกินกันในมื้อเย็นนี้เป็น.....

อาหาร ๓ จานนี้กว่าจะได้กินก็ต้องรอกันหน่อย จานที่ ๑ ข้าวหน้าปลาไหล จานที่ ๒ ข้าวหน้าปลาแซมมอนสุกและจานที่ ๓ เรากินเองเป็นข้าวหน้าปลาดิบ ซะใจดีแท้

5/11/2014

สถานีอุเอโนะ

 อาคารสถานี

ภายในและบริเวณโดยรอบสถานีอุเอะโนะเต็มไปด้วยถนนย่านการค้าเช่นเดียวกับสถานีหลักส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น สถานีอุเอะโนะยังเป็นที่ตั้งของสาขาหนึ่งของฮาร์ดร็อกคาเฟ
รถไฟ

สถานีนี้มีรถไฟสายต่างๆผ่านดังนี้:


    โตเกียวเมโทร
        สายกินซะ
        สายฮิบิยะ
    บริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันออก
        อะกิตะชินกันเซ็น
        นะงะโนะชินกันเซ็น
        โจเอตสึชินกันเซ็น
        โตโฮะกุชินกันเซ็น
        ยะมะงะตะชินกันเซ็น
        สายโจบัน
        สายเคฮิน-โตโฮะกุ
        สายทะคะซะกิ
        สายหลักโตโฮะกุ (สายอุตซึโนะมิยะ)
        สายยะมะโนะเตะ

(ข้อมูลจาก th.wikipedia.org)

สำรวจ ดูเขา ดูเรา




หลังจากเก็บกระเป๋าเดินทางเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว จัดข้าวของและพักกินน้ำชาสักพักก็ได้เวลาออกเดินสำรวจคนญี่ปุ่นแบบใกล้ ๆ ว่าเค้าอยู่กันอย่างไร ใช้วิถีชีวิตอย่างไร เดินเล่นๆไปเรื่อยๆผ่านแยกต่างๆ หรือเดินไปบนฟุตบาทจะสังเกตุว่า เอ้ ทำไมบ้านเมืองเค้าถึงได้สวยงามจังเลย ขยะหาไม่เจอ ไม่ได้ ๆ เราจะต้องไปหาขยะให้เจอว่ามันอยู่ที่ไหน ถังขยะก็ไม่ไมี


คนญี่ปุ่นไม่เดินสูบบุหรี ไม่เดินกินอาหารหรือน้ำดื่ม หากจะต้องดื่มน้ำจากตู้ที่ซื้อมาต้องยืนดื่มให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนจึงเดินต่อไปได้ มันไม่ได้มีกฎหมายห้ามอะไรเพียงแต่ว่ามันถือเป็นสิ่งต้องปฎิบัติ ถือเป็นมารยาทที่ดีงาม คนที่นีเค้าปฎิบัติกันมา

สังเกตุว่าตามจุดสัญจรต่างๆ มักจะมีจุดหรือพื้นที่สำหรับสิงห์อมควันบุหรี่ไว้บริการ ตามจุดที่กำหนดให้นี้จะเห็นทั้งหญิงและชายยืนสูบบุหรี่จำนวนพอๆกัน



ต้องบอกว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สวยงาม ไม่ใช่สวยงามเป็นหย่อมๆแบบบ้านเรา ของเค้าสวยงามและสะอาดเหมือนกันทั่วประเทศ พูดถึงถนนก็สวย มีสีเส้นชัดเจนมองเห็นชัดตาไม่มัวๆแบบของเรา คนญี่ปุ่นรักต้นไม้ รักการปลูกดอกไม้ รักการจัดสวน ดังนั้นเรามักได้ยินคำว่าสวนญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก

ไม่มีเสียงรถมอไซด์ที่ส่งเสียงแผดก้องแก้วหู ไม่มีเด็กแว๊นมาบิดกวนประสาท ไม่มีตำรวจค่อยตั้งด่านรีดไถ ไม่มีรถปิคอัพที่ผลิตในบ้านเราวิ่งกันที่นี่คงคนระเกรดกัน ไม่มีรถสองแถว ไม่มีรถเมล์ที่วิ่งแข่งกันว่าใครจะไปตายก่อนใคร  ไม่นิยมขับรถส่วนตัวไปทำงาน ถนนจึงว่างรถในเมืองจึงไม่ติด การข้ามถนนก็ต้องข้ามทางม้าลายเท่านั้น หากมีสัญญาณไฟติดตั้งอยู่ก็รอ หากมีที่กดสัญญาณไฟก็กดรอได้ นับว่าปลอดภัยดี

ดังภาพข้างบนจะเห็นเส้นสำหรับหยุดรถอยู่ห่างจากทางข้ามหรือทางม้าลายมาก และที่นี่จะขับรถกันไม่เร็วไม่หวือหวา เร่งแซงซ้ายแซงขวาแบบบ้านเรา ให้สังเกตุอีกเส้นคือเส้นขาวที่ตีคู่ขนานไปกับถนน ๒ ฝั่ง เส้นนี้สำหรับคนเดินโดนเฉพาะ เมื่อเราเดินไปตามถนน  ควรต้องระวังอย่าให้ร่างกายของเรายื่นออกไปนอกเส้นขาว

อีกเส้นทางหนึ่งมีอยู่ ๒ ข้างถนนนั่นก็คือทางสำหรับผู้ใช้รถจักรยาน(ที่ปูตัวหนอน) ที่นี่ก็นิยมใช้จักรยานสัณจรไปมาระหว่างชุมชนใกล้เคียงกัน ส่วนรถมอเตอร์ไซค์นั้นมีวิ่งน้อยมาก  เว้นแต่เส้นทางระยะไกลๆ มักจะเห็นมอไซค์ช็อปเปอร์ขนาดใหญ่มีวิ่งกันมาก