5/10/2014

ย่าน Ueno (อุเอโนะ)



Ueno เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น วัด พิพิธภัณ์  สวนสาธารณะ สวนสัตว์ รวมทั้งโรงแรมที่พัก จุดเปลี่ยนรถเพื่อการเดินทาง และแหล่งช้อปปิ้งมากมาย

ตรงนี้เราสามารถขึ้นรถไฟฟ้าความเร็วสูง Shinkansen หรือบ้านเราเรียกว่าหัวกระสุนได้ เพื่อเดินทางไปยังเมืองอื่นๆได้อีก ๕ สาย

หิ้วถุงข้าวปั้นห่อสาหร่ายไปกินด้วย
นอกจากนี้การเดินทางมา Ueno ยังใช้บริการสายอื่นๆได้ เช่น รถไฟของ JR Yamanote สายนี้ถือเป็นสายหลักของโตเกียวมาลงที่ Ueno นับว่าสะดวกมาก หรือจะใช้รถไฟใต้ดินสาย Ginza และสาย Hibiya หรือรถไฟสาย Keisei มาลงที่สถานี Keisei Ueno ก็ได้

สวนอุเอโนะ (Ueno Park)
วัดคะเนอิจิ (Kaneiji)
วัด Kiyomizu Kannon
วัด Bentendo
สวนสัตว์อุเอโนะ Ueno Zoo (เสียค่าเข้าชม)
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียว Tokyo National Museum
พิพิธภัณฑ์ศิลปะโตเกียว Tokyo Metropolitan Art Museum (แล้วแต่นิทรรศการ)
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาสตร์แห่งชาติ National Museum of Nature and Science (เสียค่าเข้าชม)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกห่งชาติ The National Museum of Western Art (เสียค่าเข้าชม)
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชิตะมาจิ Shitamachi Museum
ตลาดอาเมโยโกะ (Ameyoko Market)

เอาเฉพาะย่าน Ueno ย่านเดียววันหนึ่งคงเที่ยวไม่หมดแน่ แต่ด้วยเวลาท่องเที่ยวเราจำกัดต้องเลือกสถานที่เที่ยวให้ลงตัว

โรงแรมแรกที่เข้าพัก Kinuya Hotel



เมื่อเดินทางออกจากสถานีรถไฟ Ueno ก็เดินออกมาโผล่ที่หน้า Kinuya Hotel พอดี ออกจากประตูมาก็มองเห็นป้ายชัดเจน แต่ต้องเดินออกตรงทางเข้าออกของสถานีรถไฟ Keisei Ueno Station


ยืนถ่ายภาพตรงทางออกของสถานีมายังโรงแรมที่พักของเรา วันนี้(๒๙พค.)เราจะพักที่นี่ ๓ คืน โรงแรมนี้มีทั้งหมด ๗ ชั้น วันนี้ท้องฟ้าสว่างสดใสดีมาก สังเกตุดูเส้นที่ตีไว้กับถนนของประเทศเค้าจะมีความชัดเจนดีมาก รถราไม่ค่อยวิ่งมากมายแบบบ้านเรา



เป็นไงบ้านสภาพภายในห้องนอน ขนาด ๓ เตียง มีทีวี กระติกน้ำร้อน แก้วน้ำ ซองชา กาใส่ชา และเตาสำหรับเวฟอาหารให้ใช้(เฉพาะเตานี้อยู่นอกห้อง) พูดถึงทีวีในห้องหน่อย มีแต่รายการภายในประเทศของเค้า แหมมันจะให้เราดูแต่รายการญี่ปุ่นเท่านั้นรึไง

แต่เราก็เปิดดูส่วนมากดูข่าวและดูการรายงานอากาศ ซึ่งคนญี่ปุ่นค่อนข้างจะใส่ใจพวกนี้มากมันเนื่องมากจากบ้านเมืองเค้าเป็นเกาะนั่งเอง จึงทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา



มาดูห้องน้ำกันบ้าง ถือว่าสะอาดมากมีอุปกรณ์เครื่องใช้ครบครัน มาเที่ยวญี่ปุ่นทุกโรงแรมมีแปรงสีฟันให้จึงไม่ต้องนำติดตัวมาก็ได้ ส่วนสบู่เป็นสบู่เหลวไม่มีแบบก้อน กดใช้สะดวก มีพนักงานเข้ามาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกวัน ในห้องนี้มีภาษาไทยติดอธิบายเกี่ยวการปิดเปิดทีวีด้วยล่ะ  สงสัยคนไทยรุ่นก่อนๆหน้าเราคงจะสร้างปัญหาไว้ นอกจากนี้ยังมีป้ายภาษาไทยบอกอีกว่ากรุณาอย่าสูบบุหรี่บนที่นอน เอาละสิงามหน้าเลยเรา..


ถ่ายจากห้องพักลงมา เป็นลานกว้างมีสวนและต้นไม้สวยงามอยู่ข้างๆประตูทางเข้าออกสถานี ช่วงที่ถ่ายภาพเป็นเวลาประมาณก่อน ๖ โมงเช้า ที่นี่เวลาตี ๕ สว่างจ้าเลย เงียบสงบหนาวเย็นประมาณ ๑๔ องศา ยิ่งหากฝนตกด้วยแล้วอากาศจะหนาวมาก 

5/09/2014

จากสนามบินนาริตะเดินทางไปพัก Ueno


ก่อนที่เครื่องจะลงที่สนามบินนาริตะ จะมีแอร์โฮสเตสเดินแจกเอกสารเพื่อให้กรอกก่อนเข้าเมือง เมื่อถึงสนามบินก็ยังมีคนไทยกลุ่มหนึ่งยังผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้  เพราะไม่ได้กรอกแบบฟอร์มที่ได้รับ ผลสุดท้ายกลุ่มนี้ต้องมานั่งกรอกและได้ออกมาเป็นกลุ่มสุดท้าย ยังไงๆ ก็ยังเป็นนิสัยคนไทยอีกตามเคย

เป้าหมายเราจะเดินทางจากสนามนาริตะไปในเมืองโตเกียว และต่อไปที่ Ueno

เรานั่ง Keisei Skyliner จะวิ่งสุดที่ Ueno ใช้เวลา 41 นาที ราคารวม 2,470 เยน/คน
ยืนถ่ายภาพโฆษณารถไฟฟ้าวิ่งจากนาริตะไปโตเกียวใช้เวลาเพียง ๓๘ นาที

อันที่จริงยังมีอีกสายหนึ่งที่ราคาถูกกว่า คือสาย Narita express เป็นรถไฟด่วน ที่ดำเนินการโดย JR ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะถึงตัวโตเกียวโดยรถไฟ Narita express
จะจอดที่สถานี Tokyo, Shinjuku, Yokohama

ภายในรถไฟฟ้า Skyliner โอ่งโถงมากกว้างขวางนั่สสบายเหมือนนั่งเครื่องบิน เก้าอี้นี้สามารถปรับหมุนได้ ๓๖๐ องศา ด้วยระบบไฟฟ้า คือเมื่อถึงสถานีสุดท้ายและจะวิ่งกลับก็จะปรับเก้าอี้หันไปอีกด้านหนึ่ง พร้อมกับรถจะหยุดทำความสะอาดประมาณ ๑๕ นาที

เห็นด้านหน้าที่นั่งแล้ว มาดูด้านหลังจากเบาะนั่งไปข้างหน้า จะเห็นถึงความสะอาด น่านั่งที่สุด บรรยายกาศเงียบดี ไม่มีใครพูดคุยส่งเสียงดัง ด้านหลังเบาะนั่งจะมีหนังสือเสียบไว้ให้ผู้โดยสารได้หยิบอ่าน เพราะนิสัยคนญี่ปุ่นชอบอ่านหนังสือกันมากนั่นเอง

5/08/2014

ไปตะแล๊ดแต๊ดแต๋ญี่ปุ่น


วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๕๗ ออกเดินทางจากบ้านพัก แวะนำแมว ๓ ตัวไปฝากโรงแรมแมวแถวติวานนท์ จากนั้นขับรถไปโรงแรมที่จองไว้แล้ว  คือโรงแรม Convenient park hotel ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิเท่าใดนัก

เวลาตี ๕ พวกเราก็เริ่มตื่นทำธุระกิจส่วนตัวเพื่อเริ่มเดินทางขึ้นเครื่อง ซึ่งเครื่องจะออกประมาณ ๐๖.๒๐ น. เช้าวันนี้เราเดินทางด้วยเครื่องบินสายการบิน Delta Airlines เป็นสายการบินสัญชาติอเมริกัน ซึ่งเราจองไว้ล่วงหน้าร่วมสองเดือน ที่นั่งขาไปเราได้นั่งบริเวณกลางๆลำ อยู่หลังปีกเครื่องบินด้านขวา (ซึ่งก็ดีถูกใจเราเพราะเราชอบดูปีกเครื่องบินเวลามันขยับไปมา) ที่นั่งเป็นแถวละ ๑๐ ที่นั่ง  เรานั่ง ๓ ที่ติดหน้าต่าง ตรงกลางมี ๔ ที่นั่ง และด้านซ้าย ๓ ที่นั่ง

 
ภาพเครื่องบินถึงผืนดินญี่ปุ่น
ก็โอเคนั่งสบาย ดูหนังฟังเพลงฆ่าเวลาสลับกับดู GPS การเดินทางของเครื่องว่าถึงไหนแล้ว เราสามารถซูมดูเห็นได้ชัดเจนตลอดเส้นทาง รวมทั้งแสดงเวลานับถอยหลังว่าจะถึงญี่ปุ่นเหลือเท่าใด  ช่วงการเดินทางก่อนถึงญี่ปุ่นประมาณความสูง ๓๘,๐๐๐ ฟิต อุณภูมิข้างนอกระบุว่า -๔๔ องศาซี ไม่เจอหลุมอากาศเท่าไหร่
มาถึงญี่ปุ่นแล้วเหลียวกลับไปถ่ายรูปเจ้าเครื่อง delta ที่นั่งมา

ใกล้เวลาแล้วเราจะลงที่สนามบินนาริตะ เป็นสนามบินนานาชาติ ตั้งอยู่ที่เมืองนาริตะ จังหวัดจิบะ ประเทศญี่ปุ่น สนามบินนาริตะรองรับผู้โดยสารจากทั่วโลกที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองโตเกียวเป็นหลัก แต่จริงๆแล้วสนามบินนาริตะกลับตั้งอยู่นอกเมืองโตเกียว ดังนั้นเราจึงต้องนั่งรถไฟฟ้าต่ออีก ๑ ชั่วโมง